A Colourful Day in Buenos Aires

เคยเป็นไหม ที่ทุ่มเทกับการเตรียมตัวสำหรับการเดินทางหนึ่งเป็นเวลาล่วงหน้านานมาก แต่พอใกล้ถึงเวลาเดินทาง หลายๆอย่างก็รุมเร้าเข้ามา งานที่เพิ่มขึ้นเป็นกองพะเนิน (แล้วจะเคลียร์งานทันไหม?) จนไม่มีเวลาเตรียมการเพิ่มเติมและออกกำลังกาย สุขภาพที่ส่อแววมีปัญหา (แล้วจะแบกเป้เดินเขา พิชิตมาชูปิกชูรอดหรือเปล่า?) แต่สุดท้ายก็บอกตัวเองว่า The adventure is calling and I must go… การผจญภัยรออยู่ข้างหน้า ไม่พร้อมก็ต้องไปแล้วล่ะ ฉันเคลียร์และส่งต่องานจนเกือบวินาทีสุดท้ายก่อนเดินทางกลับมาเอากระเป๋าที่บ้าน (ซึ่งก็เพิ่งจัดเสร็จหนึ่งคืนก่อนออกเดินทาง) แล้วเดินทางไปยังสนามบิน มันเป็นการเดินทางไกลที่ฉุกละหุกไปหมด…

14 ชั่วโมง การการเดินขางข้ามมหาสมุทรจากสวิตเซอร์แลนด์มายังเมืองบัวโนสไอเรส (Buenos Aires) เมืองหลวงของประเทศอาร์เจนติน่า เมืองที่เป็นจุดนัดพบกับ “โส” เพื่อนร่วมเดินทางและเป็นสถานีแรกแห่งการผจญภัย

“เราได้เจอกันแล้วนะ อเมริกาใต้” ฉันแทบอยากจะตะโกนออกไปดังๆเมื่อเครื่องบนลงจอดบนลานบิน แต่ก็ทำได้เพียงพูดงึมงัมในใจให้พอได้ยินเพียงคนเดียว แต่ถึงฉันจะพูดตะโกนออกมา ก็อาจจะถูกกลบด้วยเสียงปรบมือแสดงความยินดีให้กับกัปตันที่พาผู้โดยสารเดินทางมาถึงอย่างปลอดภัย นี่คงเป็นธรรมเนียมแรกที่ฉันได้เรียนรู้บนทวีปใหม่นี้


 

บัวโนสไอเรส ดินแดนต้นกำเนิดแทงโก้


ฉันเลือกนั่งรถแท๊กซี่ของสนามบินไปยังโฮสเทลที่จองไว้ในตัวเมืองเพื่อความสะดวกและปลอดภัย หลังจากพบกับ “โส” เพื่อนร่วมผจญภัย เก็บของเข้าที่พัก พักผ่อนนิดหน่อย ก็ได้เวลาออกไปสำรวจตัวเมืองบัวโนสไอเรสกันแล้ว เราเลือกที่จะไปชิมรสชาติดั้งเดิมของอาหารที่นี่กันที่ Cafe Tortoni ยังไม่ทันไรพวกเราก็หลงทาง เพราะตึกอาคารในบัวโนสไอเรสคล้ายๆกันไปหมด มีลักษณะเป็นบล็อคๆ สุดท้ายเราก็ต้องถามทางจากคนท้องถิ่น เลือกถามจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะคิดว่าปลอดภัยและน่าจะพูดภาษาอังกฤษได้ ตำรวจหนุ่มกล้ามโตพยายามสื่อสารกับเราด้วยภาษาอังกฤษตะกุกตะกักผสมกับภาษามือ “เธอเดินตรงไปสามบล็อคแล้วเลี้ยวซ้าย จากนั้นเดินไปสี่บล็อคก็จะเห็นคาเฟ่” แล้วเราก็ได้เรียนรู้อีกธรรมเนียมใหม่ของที่นี่ คือการบอกทางเป็นบล็อคๆ งงดีเหมือนกัน

Cafe Tortoni เป็นคาเฟ่ที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงบัวโนสไอเรสที่ใครๆก็แนะนำว่าไม่ควรพลาดหาโอกาสไปนั่งจิบชากาแฟชมบรรยากาศแสนคลาสสิค ด้านในตกแต่งสไตล์ฝรั่งเศส ในช่วงมื้ออาหารเย็นจะมีการแสดงเต้นแทงโก้ด้วย แต่เราขอแค่มานั่งจิบชาชิมขนมหวานชมบรรยากาศแล้วออกไปเดินเล่นชมเมืองกันต่อ

บัวโนสไอเรสเป็นเมืองหลวงของประเทศอาร์เจนติน่า เมืองที่มีสถาปัตยกรรมสไตล์ฝรั่งเศส จนได้รับขนามนามว่า “ปารีสแห่งทวีปอเมริกาใต้” หลอมรวมศิลปวัฒนธรรมและเสน่ห์วิถีชีวิตจัดจ้านเหมือนสีสันฉากหลังของเมือง

2017_Apr_Buenos Aires_003

ในตัวเมืองบัวโนสไอเรสมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น Plaza de Mayo ซึ่งเป็นจัตุรัสกลางที่สำคัญที่สุดของเมือง เพราะเป็นที่ตั้งของ Casa Rosada หรือทำเนียบประธานาธิบดี ตึกสีชมพูนี้โดดเด่นและเคยโด่งดังมากในสมัยที่ เอวิตา เปรอน (Evita Peron) อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งภริยาของอดีตประธานาธิบดี ฮวน เปรอน ทั้งคู่เคยออกมาปราศรัยตรงระเบียง เอวิตา ถือเป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในยุคหนึ่งของอา์เจนติน่า จนมีการนำเรื่องราวชีวิตของเธอมาทำเป็นภาพยนตร์ ฉากในภาพยนตร์ที่มาดอนน่าแสดงและออกมาร้องเพลง “Don’t cry for me Argentina” ที่ระเบียง เป็นภาพประทับใจที่ฉันอยากมาเห็น Casa Rosada ด้วยตาสักครั้งหนึ่ง ที่ทำเนียบประธานาธิบดีแห่งนี้ยังเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมด้านในฟรีในวันเสาร์และวันอาทิตย์อีกด้วย

2017_Apr_Buenos Aires_001

Buenos Aires แปลว่าอากาศดี วันนั้นท้องฟ้าแจ่มใสอากาศดีสมชื่อ บรรยากาศชวนให้เดินเล่นชมโบสถ์วิหารและอาคารรอบๆ เนื่องจาก Plaza de Mayo เป็นจัตุรัสที่สำคัญ เมื่อมีงานเทศกาลหรือมีการประท้วงผู้คนก็จะแห่แหนกันมาที่นี่ วันนั้นมีพาเรดขบวนเล็กๆประท้วงรัฐบาลกระจัดกระจายอยู่รอบจัตุรัส เลยได้แต่เฝ้าสังเกตุสถานการณ์อยู่ห่างๆ

2017_Apr_Buenos Aires_002


La Boca: the colourful town of Buenos Aires


บัวโนสไอเรส นอกจากจะมีชื่อเสียงด้านสนามฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่แล้ว ยังมีย่านหนึ่งที่กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ นั่นก็คือย่าน ลา โบกา (La Boca) ซึ่งมีอาคารบ้านเรือนที่ถูกแต่งแต้มหลากสี ดั่งเป็นหมู่บ้านสายรุ้งและถนนศิลปะ ช่วยสร้างสีสันและความแปลกใหม่ให้กับเมืองหลวงแห่งนี้

2017_Apr_Buenos Aires_0042017_Apr_Buenos Aires_005

ที่นี่มีประวัติที่น่าสนใจ เดิมหมู่บ้านแห่งนี้เป็นอู่ต่อเรือที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Riachuelo ย้อนไปในคริสศตวรรษที่ 19 มีกลุ่มผู้อพยพชนชั้นแรงงานได้มาตั้งรกรากอยู่ที่นี่ ด้วยฐานะยากจน พวกเขาจึงต้องใช้ซากเรือและวัสดุเรือที่เหลือ เช่น แผ่นโลหะ กระดาษลูกฟูก มาสร้างเป็นบ้าน และยังนำสีที่เป็นของเหลือเท่าที่หาได้มาทาตกแต่งบ้านเรือน ซึ่งแต่ละสีมีจำนวนไม่มากพอที่จะทาทั้งหลัง ทำให้บ้านแต่ละหลังมีความหลากหลายสีนั่นเอง

2017_Apr_Buenos Aires_0072017_Apr_Buenos Aires_0102017_Apr_Buenos Aires_0362017_Apr_Buenos Aires_0342017_Apr_Buenos Aires_039

2017_Apr_Buenos Aires_048

หมู่บ้านนี้เกิดความเสื่อมโทรม แต่ได้รับการฟื้นฟูอีกครั้งในปี 1950 เมื่อ Quinquela Martin ศิลปินท้องถิ่นที่ทำการระบายสีและสร้างสรรค์งานศิลปะบนผนังบ้านทั้งหลายให้ดูสดใสขึ้น สร้างเวทีเล็กๆเพื่อจัดการแสดงต่างๆ และยังมีร้านค้าขายผลงานด้านศิลปะและสินค้าที่ระลึกเป็นถนนคนเดินที่น่าเพลิดเพลินใจ เปลี่ยนชุมชนเก่าที่เคยเสื่อมโทรมจนเกือบร้างให้กลับกลายมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ประจำเมืองที่โด่งดังมากในปัจจุบัน

2017_Apr_Buenos Aires_0452017_Apr_Buenos Aires_0442017_Apr_Buenos Aires_0432017_Apr_Buenos Aires_0422017_Apr_Buenos Aires_0412017_Apr_Buenos Aires_0112017_Apr_Buenos Aires_0082017_Apr_Buenos Aires_0092017_Apr_Buenos Aires_006

2017_Apr_Buenos Aires_0132017_Apr_Buenos Aires_012

2017_Apr_Buenos Aires_0322017_Apr_Buenos Aires_0382017_Apr_Buenos Aires_037

2017_Apr_Buenos Aires_018

2017_Apr_Buenos Aires_019

แม้ลา โบกาจะมีเพียงถนนคนเดินสายสั้นๆ El Caminto ซึ่งได้ชื่อมาจากบทเพลงแทงโก้ที่มีชื่อเสียงเพลงหนึ่ง แต่เป็นถนนที่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาเดินเล่นถ่ายภาพ เดินชมงานศิลปะ หรือนั่งรับประทานอาหาร ชมนักเต้นรำที่แต่งองค์ทรงเครื่องมาเต้นโชว์ลีลาจังหวะแทงโก้

2017_Apr_Buenos Aires_0272017_Apr_Buenos Aires_0282017_Apr_Buenos Aires_0302017_Apr_Buenos Aires_0312017_Apr_Buenos Aires_0292017_Apr_Buenos Aires_0142017_Apr_Buenos Aires_040

นอกจากนี้แฟนกีฬาไม่ควรพลาดไปเยี่ยมชมสนามกีฬา La Bombonera หรือถิ่นของทีมโบค่า จูเนียร์ (Football Club Boca Juniors) ที่นี่ถือเป็นจุดกำเนิดของตำนานแห่งวงการฟุตบอลอย่างมาราโดนาและเตเบซ ที่มีชื่อเสียงระดับโลก เราไม่ได้ไปชมสนามกีฬาใหญ่ แต่แอบไปเดินเล่นสนามกีฬาเล็กของหมู่บ้าน ที่ตกตแต่งสดใสได้บรรยากาศดีเหมือนกัน 2017_Apr_Buenos Aires_024

2017_Apr_Buenos Aires_025

หากเริ่มเบื่อความคึกคักของนักท่องเที่ยว ลองเดินออกมาจากถนน El Caminto ออกมาชมบ้านเรือนรอบๆแถวนั้น ก็ยังคงเห็นความมีสีสันและได้เห็นวิถีชีวิตของชาวอาร์เจนติน่าได้ดีอีกด้วย

2017_Apr_Buenos Aires_0472017_Apr_Buenos Aires_0462017_Apr_Buenos Aires_0262017_Apr_Buenos Aires_0232017_Apr_Buenos Aires_0222017_Apr_Buenos Aires_0172017_Apr_Buenos Aires_0162017_Apr_Buenos Aires_015

หลังจากเดินเล่นถ่ายรูปเพลินที่ลา โบกา จนเมื่อยล้า เราก็นั่งรถกลับเข้าไปในเมือง ก่อนมาถึงอาร์เจนติน่า มีแต่คนบอกว่าห้ามพลาดไปชิมสเต็กเนื้อ อาหารขึ้นชื่อของประเทศ เราเลือกไปที่ร้าน Don Julio ตามคำแนะนำของเพื่อนชาวอาร์เจนติเนี่ยน ร้านนี้บรรยากาศดี สเต็กเนื้อและสเต็กหมูถูกนำมาเสิร์ฟ เราตาโตอ้าปากค้าง เพราะสเต็กชิ้นใหญ่และหนามาก ลองจินตนาการขนาดอาหารในประเทศยุโรปจะมีขนาดประมาณสองเท่าเมื่อเทียบกับอาหารบ้านเรา ส่วนขนาดอาหารที่นี่ก็จะเป็นอีกเท่าตัวหนึ่งเมื่อเทียบกับอาหารในยุโรป แล้วสองสาวไทยตัวเล็กๆอย่างเราสองคนจะทานไหวได้ยังไง แต่รสชาติไม่ต้องพูดถึง สเต็กเนื้อหนานุ่มแทบจะละลายในปาก อร่อยมาก เสียดายที่เราหิวจนลืมถ่ายภาพ เลยเอาภาพชาวบ้านแถวลา โบกา ที่กำลังย่างเนื้ออยู่ริมถนนมาให้ชมแทน จะได้เห็นว่าเนื้อที่นี่ชิ้นใหญ่และหนาจริงๆ

2017_Apr_Buenos Aires_0212017_Apr_Buenos Aires_020

ว่ากันว่าสีสันสดใสไม่ว่าจากอะไรก็ตามมักทำให้เรารู้สึกสดชื่น แจ่มใส และร่าเริงขึ้น ความสดใสมีผลต่อจิตใจไม่น้อย จึงไม่แปลกที่เวลาไปเที่ยวตามสถานที่ที่มีสีสัน เราจะรู้สึกมีความสุขสนุกสนาน วันนี้จึงเป็นอีกหนึ่งวันที่เราสนุกและมีความสุขกับเดินชมเมืองบัวโนสไอเรส เมืองสีลูกกวาดแห่งทวีปอเมริกาใต้

BA_001

คืนนั้นเราพยายามรีบเข้านอน เพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัวกับไทม์โซนใหม่สำหรับการเดินทางลงใต้ไปยัง “เมืองใต้สุดของโลก” แต่เราก็ได้เรียนรู้ว่า คนอาร์เจนติน่าเค้าเริ่มปาร์ตี้กันตอนประมาณตีสองจนถึงเช้า ย่านที่เราพักอยู่จึงได้ยินเสียงคนเมาคอยปลุกให้ตื่นอยู่เป็นระยะๆ ไว้ค่อยไปนอนต่อที่เมืองสุดขอบโลกละกัน ><

ข้อมูลเพิ่มเติม

ย่าน ลา โบกาตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของตัวเมืองบัวโนสไอเรส สามารถเดินทางจากย่าน Plaza de Mayo ด้วยการนั่งรถแท๊กซี่หรือรถบัสนักท่องเที่ยวมายัง El Caminto หรือสนามกีฬา La Bombonera

2017_Apr_Buenos Aires_049

A dream journey to South America

Part I เรื่องเล่าก่อนออกเดินทาง

Part 2 A Colourful Day in Buenos Aires

Part 3 Ushuaia Welcome to The End of The World

Part 4 Penguins and more on the Beagle Channel

Part 5 Nature walk in the Tierra del Fuego

Part 6 El Calafate and its secret destination

Part 7 Adventure day on the BIG ICE

Part 8 Mt. Fitz Roy, where are you?

Part 9 Puerto Natales: A charming frontier town

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s